ต้องยอมรับเลยครับว่าช่วงหลังมานี้รถไฮเปอร์คาร์มีการเปิดตัวจากหลายๆค่ายค่อนข้างมาก หลักๆที่พยายามทำความเร็วสูงสุดแข่งกันก็จะมีอยู่ 2 ถึง 3 ค่ายที่สามารถทำความเร็วในระดับ 300 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป แต่ค่ายรถยนต์ใหญ่ๆหลายๆค่ายกลับไม่ยอมทำรถ Hyper Car พวกนี้ออกมาแข่งขันกับในตลาดรถยนต์ เนื่องด้วยทุนวิจัยค่อนข้างสูง


สำหรับวันนี้ผมจะพามาดูรถไฮเปอร์คาร์จากค่าย Mercedes-benz ซึ่งเป็นค่ายที่เรารู้จักกันดีในบ้านเราภาพที่เห็นคือเป็นภาพ Spy Shot ที่สำนักข่าวทางต่างประเทศเขาถ่ายไว้ได้นะครับ ซึ่งเป็นการวิ่งทดสอบในสนามโดยคาดว่ารถ Hyper Car รุ่นนี้จะเป็นของ Mercedes Benz จะเริ่มวางจำหน่ายจริงๆในช่วงประมาณกลางปีหน้า ซึ่ง Hyper Car ตัวนี้จะถูกพัฒนาโดยทีมแข่งของ Mercedes Benz ก็คือทีมแข่ง AMG-Mercedes Benz สำหรับท่านที่รู้จัก Mercedes-Benz อยู่แล้วก็น่าจะรู้จัก AMG อยู่แล้วนะครับสำหรับรถแต่งของเบนซ์ก็จะถูกพัฒนามาจาก AMG ซะส่วนใหญ่

รถรุ่นนี้ได้ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่องาน Frankfurt Motor Show ในปี 2017 โดยในครั้งนั้นใช้ชื่อโปรเจคว่า Project One แล้วหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 ปีในปี 2019 ก็ได้รับการยืนยันว่าจะใช้เครื่องยนต์เดียวกับเครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวัน แต่ตัวเครื่องยนต์ต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้งานบนท้องถนน ซึ่งก็แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ทางทีมงาน AMG จะสามารถปรับปรุงได้ทันเวลาตอนนี้กำหนดการวางจำหน่ายจริงๆจะเลื่อนไปเป็นปี 2564

ปัญหาใหญ่สุดของการพัฒนาก็คือเรื่องการปล่อยมลพิษที่ค่อนข้างถูกคุมเข้มโดยองค์กรควบคุมการปล่อยมลพิษให้ได้ตามมาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicle Test Procedure)
เป็นมาตรฐานที่เข้มข้นกว่ามาตรฐานเดิม New European Driving Cycle (NEDC)ซึ่งทางทีมงาน AMG ก็ต้องพัฒนาระบบบำบัดไอเสียให้สามารถผ่านมาตรฐานนี้ได้และไม่ไปลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงมากนัก

เครื่องยนต์

สำหรับเครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวันที่ทำการติดตั้งอยู่ในช่วงปัจจุบันนี้จะเป็นเครื่องยนต์ V6 ขนาด 1.6 ลิตรเทอร์โบโดยมีรอบเรดไลน์สูงสุดอยู่ที่ 11,000 รอบต่อนาทีเครื่องยนต์ตัวนี้มาพร้อมกับเทอร์โบไฟฟ้าแบบไฮบริดเดี่ยวผมจะมาอธิบายเรื่องตัว Turbo อีกครั้งหนึ่งในตอนท้ายครับ ส่วนตัวเครื่องยนต์เองนั้นมาพร้อมกับมอเตอร์ไฮบริดทั้งหมด 3 ตัว ที่มาที่จะมาช่วยในเรื่องของการเพิ่มพละกำลังให้กับรถ โดยมอเตอร์ 1 ตัวจะติดตั้งอยู่ที่เครื่องยนต์เลยส่วนอีก 2 ตัวจะถูกติดตั้งไว้ที่เพลาด้านหน้าเพื่อเป็นการสร้างระบบขับเคลื่อนทั้งหมด ซึ่งทำให้สามารถผลิตพละกำลังรวมทั้งหมดได้ประมาณ 1,000 ม้า การขับขี่ด้วยไฟฟ้านั้นยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวจะวิ่งได้เท่าไหร่ที่ความเร็วเท่าไหร สำหรับเครื่องยนต์ v6 ตัวนี้ได้รับรางวัลมากมายถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดตัวหนึ่งของทาง Mercedes Benz


เครื่องยนต์ตัวนี้ให้อัตราเร่ง 0-100 ไม่ถึง 3 วินาที และ 0-200 ต่ำกว่า 6 วินาทีสำหรับความเร็วสูงสุดทำได้ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นเครื่องยนต์เล็กที่มีประสิทธิ์ที่ภาพสูงมากเสียงการทำงานของเครื่องยนต์คงจะดังไพเราะน่าดู

สำหรับระบบส่งกำลังก็ได้ถูกพัฒนามาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้แต่ไม่แต่ยังไม่มีการเปิดเผยที่แน่ชัด นอกจากนี้ตัวรถยังได้รับการออกแบบระบบ Aero Dynamic ให้สามารถสร้างแรงกดได้อย่างสูงโดยมีการทดสอบในอุโมงค์ลมซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากทางวิศวกร F1 ในส่วนของสปอยเลอร์หลังและมีการขยายและเพิ่มองประกอบหลายส่วนเพื่อใช้ในโหมดของการแข่งขันโดยคาดว่าจะสร้างแรงกด ได้ถึง 1,500 ปอนด์

นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบสั่นสะเทือนแบบเดียวกับในรถ F1 โครงสร้างเป็นคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาอีกด้วย ซึ่งรถทั้งหมดนี้จะถูกสร้างขึ้นแค่เพียง 275 คันเท่านั้นและทั้ง 275 คันนี้ได้ถูกจองเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยการผลิตทั้งหมดคาดว่าจะผลิตขึ้นที่ประเทศอังกฤษเป็นที่เดียวกับที่ใช้สร้างรถเอฟวันของทีม Mercedes-Benz โดยคาดว่าจะใช้ Supplier เดียวกับ F1 เลย
สำหรับเทคโนโลยี F1 ที่ใช้กับรถ Hyper Car นอกจาก Mercedes-benz แล้วคาดว่าจะถูกใช้กับ Aston Martin ด้วย

เทอร์โบลูกใหม่ของ AMG’s Mercedes แบบ ไฮบริด

การเปลี่ยนพลังงานจากการชลอความเร็วของรถหรือจากการเบรคให้กลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้มีการนำมาใช้ในรถไฮบริดหลายรุ่นแล้วและมีมาค่อนข้างนาน แต่ครั้งนี้เราจะเห็นการเปลี่ยนพลังงานความร้อนจากการคายไอเสียของเทอร์โบให้กลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วชาร์จกลับเข้าไปในแบตเตอรี่ของเทอร์โบอีกครั้งกำลังจะเกิดขึ้นกับรถ Hyper Car ของทาง Mercedes-Benz

เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้กับเทอร์โบแบบไฮบริทไฟฟ้า ที่แฟน F1 รู้จักกันดี MGU-H (Motor-Generator Unit Heat)
ทาง Mercedes-Benz น่าจะเป็นค่ายรถยนต์ค่ายแรกที่นำเทคโนโลยีเทอร์โบไฟฟ้ามาใช้กับรถยนต์ที่จำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป
AMG จะใช้เทอร์โบแบบไฮบริทไฟฟ้า ที่เรียกว่า E-Turbo จาก Garrett Advancing Motion ตัวเรือนเทอร์โบจะหนากว่าเทอร์โบทั่วไปประมาณ 1.6 นิ้ว ตัวมอเตอร์หรือตัวกำเนิดไฟฟ้าจะถูกวางอยู่ข้องกับฝั่งเทอร์ไบ ของเทอร์โบ เมื่อสร้างกระแสไฟออกมาจะถูกชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่

ในช่วงเวลาที่ไม่มีการผลิตไฟออกมา ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานในรอบต่ำเพื่อช่วยเพิ่มบูสให้คงที่ หรือเพื่อช่วยลดการแล๊คของเทอร์โบ ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างกำลังในทันทีตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำเป็นต้นไป 1000รอบ/นาที โดยเทคโนลียีไดถูกใช้กับทาง Mercedes-Benz และค่ายผลิตรถยนต์อื่นๆ
ตัวมอเตอร์จะสามารถปั่นเทอร์ไบได้แม้กระทั้งในช่วงที่คนขับถอนคันเร่ง เพื่อสร้างบูสเตรียมไว้ในช่วงที่คนขับรถกดคันเร่งอีกครั้ง ทำให้เครื่องยนต์มีอัตราการตอบสนองที่คงที่ โดยเจ้า E-Turbo นั้นสามารถปั่นรอบได้สูงถึง 170000รอบ/นาที ทำให้สามารถสร้างอัตราการไหลที่สูงมาก

ทั้งหมดก็เป็นเทคโนโลยีที่ทาง Mercedes-Benz กำลังจะจับมาใส่ให้กับเจ้า Hyper Car ของค่าย ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแต่สามารถทำความเร็วได้เกินกว่า 300กม./ชม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *